ขายทองต้องเสียค่าอะไรบ้าง? รวมทุกค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ก่อนขาย

ขายทองต้องเสียค่าอะไรบ้าง? รวมทุกค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ก่อนขาย

ขายทองต้องเสียค่าอะไรบ้าง? เป็นคำถามที่มักเกิดขึ้นเสมอเมื่อถึงเวลาที่เจ้าของทองต้องการเปลี่ยนทองเป็นเงินสดใช่มั้ยครับ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าการขายทองคือการนำทองไปที่ร้านแล้วรับเงินกลับมาเท่านั้น แต่ความจริงแล้วยังมีรายละเอียดและค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทองรูปพรรณหรือทองแท่ง ดังนั้นผู้ขายควรรู้ล่วงหน้าว่าอาจถูกหักเงินในส่วนใดบ้าง เพื่อให้การขายทองเป็นไปอย่างคุ้มค่าและได้ราคาตามที่ควรได้รับนั่นเองครับ

ขายทองต้องเสียค่าอะไรบ้าง? สรุปค่าใช้จ่ายเวลาขายทอง ทั้งทองแท่งและทองรูปพรรณ

การขายทองถือเป็นเรื่องที่หลายคนอาจคุ้นเคย เพราะทองเป็นทรัพย์สินที่สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินสดได้ง่าย แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ขายทองมาก่อน อาจมีคำถามว่าเวลานำทองไปขายคืนที่ร้านทอง จะต้องเสียค่าอะไรบ้าง หรือถูกหักเงินส่วนไหนที่ไม่เคยรู้มาก่อน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจทุกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขายทอง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจขายทองได้อย่างมั่นใจและไม่เสียเปรียบ

ก่อนขายทอง ควรรู้ก่อนว่ามีทองกี่ประเภท

ก่อนที่จะไปดูว่าเวลาขายทองต้องเสียค่าอะไรบ้าง สิ่งสำคัญคือควรรู้ว่าทองที่เรามีอยู่เป็นทองประเภทไหน เพราะค่าใช้จ่ายในการขายคืนอาจแตกต่างกันครับ โดยมีรายละเอียดที่ควรศึกษาดังนี้…

ทองรูปพรรณ

ทองรูปพรรณคือทองที่ถูกนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ กำไล แหวน หรือสร้อยข้อมือ ทองประเภทนี้จะมีค่ากำเหน็จหรือค่าแรงในการทำชิ้นงานแฝงอยู่ในราคาขาย เวลานำทองรูปพรรณไปขายคืน ส่วนใหญ่ร้านทองจะไม่คืนค่ากำเหน็จ ทำให้ผู้ขายได้เงินน้อยกว่าตอนซื้อมา

ทองแท่ง

ทองแท่งคือทองที่อยู่ในรูปแบบแท่ง มักซื้อเพื่อการลงทุนโดยตรงเพราะไม่มีค่ากำเหน็จ ราคาซื้อขายอิงกับราคาทองตามสมาคมค้าทองคำโดยตรง เวลาขายคืนจึงไม่ได้ถูกหักค่ากำเหน็จ แต่ก็อาจมีค่าธรรมเนียมขายออกที่ต้องจ่ายให้ร้านทอง

ทั้งนี้ ต้องบอกก่อนครับว่า การที่เรารู้ว่าทองที่เรามีเป็นทองรูปพรรณหรือทองแท่งนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยให้คาดการณ์ค่าใช้จ่ายตอนขายออกได้อย่างถูกต้องและเพื่อที่จะได้เตรียมตัวอย่างรอบคอบด้วยนั่นเอง

ทำความเข้าใจ! ขายทองต้องเสียค่าอะไรบ้าง?

เมื่อถึงเวลาขายทองจริง ๆ ผู้ขายควรทำความเข้าใจว่ามีค่าใช้จ่ายหรือส่วนต่างที่อาจถูกหักออกจากราคาทอง ซึ่งมีดังนี้ครับ…

1.ค่ากำเหน็จ

ค่ากำเหน็จคือค่าแรงที่ร้านทองคิดตอนเราซื้อทองรูปพรรณ เช่น สร้อยคอ 1 บาท อาจมีค่ากำเหน็จเพิ่มอีก 500–1,000 บาทขึ้นอยู่กับลวดลายและความยากง่าย แต่เมื่อถึงเวลาขายคืน ร้านทองส่วนใหญ่จะไม่คืนค่ากำเหน็จ ทำให้เงินที่ได้รับน้อยกว่าที่ซื้อมา

2.ค่าหักเปอร์เซ็นต์ (ค่าบริการร้านทอง)

ร้านทองบางแห่งอาจมีการหักค่าบริการเพิ่มเติมจากราคาขายคืน เช่น 50–100 บาทต่อครั้ง หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละร้าน แม้จะไม่ใช่จำนวนเงินมาก แต่ก็ควรสอบถามให้ชัดเจนก่อนขาย

3.ค่าธรรมเนียมขายทองแท่ง

แม้ทองแท่งจะไม่มีค่ากำเหน็จ แต่เวลาขายคืนมักจะมีค่าธรรมเนียม เช่น 50–200 บาทต่อครั้ง เพื่อเป็นค่าดำเนินการของร้านทอง

4.ค่าประเมินราคา (ในบางกรณี)

สำหรับท่านใดที่เลือกขายทองให้กับร้านที่ไม่ใช่ร้านทองมาตรฐาน เช่น โรงรับจำนำ หรือร้านรับซื้อทองทั่วไป อาจมีการเก็บค่าประเมินราคาเพิ่ม แม้จะไม่ใช่จำนวนเงินสูง แต่ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ล่วงหน้าครับ

ดังนั้น เวลาขายทอง สิ่งที่ผู้ขายมักเสียเงินไปคือค่ากำเหน็จที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ และค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการตามนโยบายร้านทอง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่อาจโดนเรียกเก็บได้ แต่ก็จะขึ้นอยู่

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาขายทอง ที่ควรรู้มีอะไรบ้าง?

นอกจากค่าใช้จ่ายที่ถูกหักแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อราคาขายทอง ทำให้แต่ละคนอาจได้เงินไม่เท่ากันเมื่อขายทองออก

  • สภาพทอง หากทองรูปพรรณมีรอยขีดข่วนมาก หรือมีการตัดแต่งซ่อมแซม ร้านทองบางแห่งอาจประเมินราคาให้ต่ำกว่าทองที่สภาพสมบูรณ์ ดังนั้นการดูแลทองให้อยู่ในสภาพดีจะช่วยให้ขายได้ราคาใกล้เคียงกับมาตรฐานมากขึ้น
  • ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ ราคาทองขึ้นลงทุกวันตามตลาดโลก ร้านทองจะอิงราคาซื้อขายจากประกาศของสมาคมค้าทองคำในแต่ละวัน ดังนั้นการเลือกช่วงเวลาที่ราคาทองสูง จะช่วยให้คุณขายทองได้กำไรมากขึ้น
  • ร้านทองแต่ละร้าน แม้ว่าราคาทองจะอิงตามสมาคมฯ แต่บางร้านอาจมีการกำหนดค่าหักเปอร์เซ็นต์หรือค่าธรรมเนียมต่างกัน ดังนั้นการสอบถามและเปรียบเทียบหลาย ๆ ร้านก่อนขาย จะช่วยให้คุณได้เงินกลับมามากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ราคาขายทองไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ราคาทองในตลาดเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับสภาพทองและเงื่อนไขของร้านทองด้วยครับ

เทคนิคขายทองให้คุ้มค่า ไม่เสียเปรียบ

การขายทองไม่ใช่แค่การนำทองไปขายให้ร้านใดร้านหนึ่งแล้วจบ หากต้องการให้คุ้มค่ามากที่สุดครับ ซึ่งผู้ลงทุนขายทองทุกคนควรมีเทคนิคเบื้องต้นดังนี้..

  1. เลือกร้านทองที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อมั่นใจได้ว่าจะได้ราคาตามมาตรฐาน
  2. ตรวจสอบราคาทองล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำก่อนนำไปขาย
  3. เก็บใบเสร็จหรือบัตรรับประกันทองไว้เสมอ เพื่อใช้ยืนยันข้อมูลเมื่อต้องการขายคืน
  4. เลือกขายทองในช่วงที่ราคาทองปรับขึ้น จะช่วยให้ได้เงินกลับมามากกว่าปกติ

การเตรียมตัวเพียงเล็กน้อยก่อนขายทอง สามารถช่วยให้คุณได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าขึ้นอย่างมาก อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกกดราคาโดยไม่จำเป็น การวางแผนอย่างรอบคอบจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การขายทองของคุณทั้งปลอดภัยและได้กำไรสูงสุดอีกด้วยครับ

สรุปข้อควรรู้เกี่ยวกับ “ค่าใช้จ่ายในการขายทอง”

ท้ายที่สุดขอเน้นย้ำอีกครั้งครับว่า ก่อนที่จะทำการขายทองนั้น ผู้ขายควรทำความเข้าใจว่าต้องเสียค่าอะไรบ้าง โดยหลัก ๆ คือ ค่ากำเหน็จที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ ค่าธรรมเนียมขายออก และค่าบริการที่ร้านทองอาจหักเพิ่มเติม อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น สภาพทอง ราคาทองตามประกาศสมาคม และนโยบายของแต่ละร้านที่ส่งผลต่อราคาที่จะได้รับด้วย ดังนั้น สำหรับใครที่วางแผนจะขายทอง ควรตรวจสอบราคาทองล่าสุด เปรียบเทียบร้านทองหลายแห่ง และเตรียมเอกสารหรือใบเสร็จให้พร้อม เพื่อให้การขายทองครั้งนั้นคุ้มค่ามากที่สุด และไม่เสียเปรียบร้านทองครับ

บทความที่น่าสนใจ

ซื้อขายทองที่ไหนดี ทำไมต้อง Gold Max

Goldmax เป็นบริษัทชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจ ซื้อ ขาย สกัดทองคำแท้มามากกว่า 30 ปี เราจึงมีทั้งประสบการณ์ ทักษะและความเชี่ยวชาญด้านการสกัดทองคำด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่ได้รับการรับรองและมีมาตรฐานระดับโลก เรามีบริการรับซื้อเครื่องเพชร แหวนพลอย งานโบราณ และทอง K ทุกชนิด ทั้งมีใบเซอร์และไม่มีใบเซอร์ เรารับซื้อจิวเวลรี่และนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำโดยพร้อมให้วงเงินแก่คุณได้ไม่จำกัด คุยง่าย จบไว จ่ายเงินสดทันที เลือกรับเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารก็ได้ตามที่คุณสะดวก นอกจากนี้เรายังมีบริการขายฝากทองด้วยขั้นตอนที่สะดวก รวดเร็ว สามารถทำธุรกรรมผ่านมือถือได้ตลอด 24 ชม. แถมยังรับสิทธิ์ได้ทรัพย์คืน วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ รับเงินทันที หรือหากคุณกำลังมองหาสินค้าแบรนด์เนมอยู่ ทางเราก็มีบริการช้อปออนไลน์ จำหน่ายสินค้าหลุดจำนำ รับประกันของแท้ทุกชิ้นผ่าน APPLICATION GOLD MAX ได้ทั้ง apple และ android

หรือหากคุณไม่สะดวกเดินทางมาหน้าร้านด้วยตัวเองหรือยังกังวลเกี่ยวกับสภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณสามารถส่งสินค้าทางไปรษณีย์ หรือแมสเซนเจอร์เพื่อให้เราประเมินราคาได้ หลังจากทางร้านได้รับสินค้าและตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เราจะโทรแจ้งราคาประเมินให้คุณทราบทันที และเมื่อตกลงราคาได้แล้วทางร้านจะโอนเงินให้คุณโดยเร็วที่สุด หรือกรณีลูกค้ายังไม่พอใจในราคาที่เราเสนอไป ทางร้านจะดำเนินการจัดส่งกลับให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

บทความที่คุณอาจสนใจ