ซื้อขายทอง

ความเป็นจริงที่คุณควรรู้ก่อนซื้อขายทอง

การซื้อขายทองนั้นไม่ใช่แค่ซื้อมาแล้วก็ขายเก็งกำไรอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องที่ควรรู้ด้วยว่าทองแบบไหนขายได้ไม่ได้ ได้ราคาเท่าไหร่ ทำไมทองบางรูปแบบถึงขายได้ราคาน้อยกว่าที่ซื้อมา หรือควรเลือกร้านแบบไหนเพื่อให้ซื้อ-ขายได้อย่างเป็นไปอย่างที่เราคาดไว้ด้วย วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังคร่าวๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจขายทองในมือของคุณด้วย

ซื้อขายทอง

ข้อควรรู้ก่อนซื้อขายทอง

1. หากขายคืนจะได้ราคาไม่เท่ากับราคาขาย

ในกรณีที่คุณต้องการขายทองคืนร้านเดิมที่เคยซื้อมา ร้านทองโดยทั่วไปจะทำการหักค่าซื้อคืนไม่เกิน 5% ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยคิดจากราคาทองคำแท่งรับคืนตามวันที่สมาคมประกาศเอาไว้ ซึ่งทุกๆ ร้านจะติดประกาศราคารับซื้อคืนทองตามหน้าร้านอยู่เสมอ ทั้งนี้เราสามารถคำนวณราคาขายคร่าวๆ ได้ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ดังนี้

หากทองคำแท่ง 1 บาท อยู่ที่ 25,000 บาท – 5% (1,250 บาท) เมื่อนำไปขายจะราคาไม่ต่ำกว่า 23,750 บาท

แต่ในวงการทองนั้นจะมีศัพท์คำหนึ่งคือคำว่า การหักค่าเสื่อม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางร้านทองนำไปขายคืนโรงงานที่ผลิตทองแท่งนั้น (เพราะบางร้านไม่สามารถผลิตทองสำหรับขายเองได้) โดยโรงงานจะหักค่ากัดกร่อนขงทองคำเก่าอยู่ที่ 3.5-4.5%, ค่าน้ำหนักทองที่หายไป, ค่าขนส่ง และค่าประกันทองอีกด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อจึงต้องสอบถามข้อมูลทองกับทางร้านด้วยว่าเป็นทองที่ทางร้านผลิตเองหรือไม่? เพื่อให้เราคำนวณราคาที่จะได้รับจากการขายคืนได้คร่าวๆ นั่นเอง

2. ราคาขายคืนของทองแท่งและทองรูปพรรณแตกต่างกัน

โดยราคาขายของทองแท่งจะคิดตามน้ำหนักของทองล้วนๆ แต่ทองรูปพรรณนั้นเป็นทองที่มีน้ำประสานทองในการผลิต ทองที่ได้จึงไม่ใช่ทองแท้ล้วนๆ ทำให้ราคาขายของทองแท่งนั้นสูงกว่าราคาทองรูปพรรณ นอกจากนี้ทองรูปพรรณเป็นที่นิยมใส่เป็นเครื่องประดับจึงมีโอกาสที่น้ำหนักของทองจะหายได้มากกว่าเนื่องจากการใช้งาน และยิ่งถ้าคุณดูแลรักษาทองรูปพรรณได้ไม่ดีจนตราสัญลักษณ์ของร้านเลือนหาย ทำให้ถูกตัดราคาได้มากกว่าทองคำแท่ง จึงไม่เหมาะกับการนำไปขายเก็งกำไร

3. วิธีการตรวจเช็กทองก็สำคัญ

โดยทั่วไปร้านรับซื้อมักจะตรวจเช็กทองด้วยวิธีการเผาไฟเพื่อดูความบริสุทธิ์ของทองว่าเป็นทองแท้กี่เปอร์เซ็นต์ หรือว่าเป็นทองที่มีส่วนผสมของสารอื่นปะปน เช่น ทองเหลือง หรืออะลูมิเนียมเกิน 3.5% หรือไม่? ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ทองเสียหายได้ ดังนั้นเราควรเลือกร้านที่ตรวจเช็กทองที่ไม่ทำให้ทองของเราเสียหายโดยอาจเลือกร้านที่มีเครื่องตรวจทอง Goldscope sd 520 และเครื่อง X-Ray ทองคำจากประเทศเยอรมนี FISCHER รุ่น SD520 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเครื่องตรวจที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ เพราะนอกจากจะช่วยไม่ให้ทองแท่งหรือทองรูปพรรณเสียหายแล้ว ยังช่วยให้คุณได้ราคาเต็มมูลค่า เนื่องจากไม่ต้องหักเปอร์เซ็นต์กันการตีราคาผิดพลาดอีกด้วย

4. เราสามารถเช็กราคาทองได้เองโดยไม่ต้องกลัวการกดราคาจากร้าน

นอกจากการสอบถามราคาทองตามร้านทองที่มีชื่อเสียงหลายๆ ร้านแล้ว ยังสามารถเช็กราคาทองได้จากราคาทองรายวันสมาคมที่เว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำ https://www.goldtraders.or.th/DailyPrices.aspx ซึ่งร้านทองที่ได้มาตรฐานจะใช้เรทราคาตามสมาคมฯ จึงไม่มีการกดราคาทอง หรือเครื่องประดับทองของคุณแน่นอน ทั้งนี้ควรศึกษาราคาที่ต้องขายผ่านคนกลางด้วยว่าเราจะได้ราคาทองอยู่ที่เท่าไหร่? เพราะร้านทองบางร้านสามารถให้ราคาสูงที่สุดได้โดยไม่ต้องเสียค่าคนกลาง

5. ขายทองทั้งทีต้องเลือกร้านที่ได้มาตรฐานและมีชื่อเสียงมานาน

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่แต่ยังไม่รู้ว่ามีเกณฑ์การเลือกร้านรับซื้อทองอย่างไรบ้าง ทางเราแนะนำว่าให้เลือกร้านที่มีประสบการณ์ขายยาวนาน สามารถค้นหาหน้าร้าน, ข้อมูล หรือรีวิวของร้านได้ตามเว็บไซต์ ร้านเหล่านี้ต้องมีช่องทางการติดต่อหลากหลายทั้งเบอร์โทรศัพท์, Facebook, Line และ Instagram เพื่อความสะดวกในการสอบถามหรือติดต่อซื้อ-ขาย เนื่องจากบางคนอาจไม่มีเวลาเดินทางไปหน้าร้านด้วยตัวเอง โดยร้านรับซื้อที่ดีจะมีทีมงานพร้อมให้บริการตลอด 24 ชม. หากพูดคุยแล้วรู้สึกสะดวกใจในการซื้อ-ขายก็สามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ของทางร้านได้ทันที เพียงแค่ส่งรูปทองแท่งหรือเครื่องประดับทอง พร้อมรายละเอียดผ่านข้อความ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินราคา และรอการนัดหมายจากทางร้านเพื่อตกลงราคาและให้ลูกค้ามารับเงินสดที่ร้าน

นอกจากนี้ร้านที่ดีควรมีสาขาอยู่ใกล้แลนด์มาร์คสำคัญ หรือมีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ลูกค้าที่เดินทางมาหน้าร้าน ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทาง, รถไฟฟ้า BTS, MRT หรือสะดวกต่อการขับรถส่วนตัวมา แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ใครหลายคนไม่สามารถออกมานอกบ้านได้ ก็ควรเลือกร้านที่มีบริการ Exclusive Private ซึ่งรองรับลูกค้ารอบละคน เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 อีกทั้งรักษาความเป็นส่วนตัวให้แก่ลูกค้า เพื่อให้การซื้อ-ขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและดูแลลูกค้าได้เต็มที่

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นข้อควรรู้ก่อนที่จะขายทองให้ได้ราคาตามที่เราตั้งไว้ หากใครกำลังมองหาร้านรับซื้อ-ขายทองที่ได้มาตรฐานและมีชื่อเสียงเป็นเวลานาน รวมถึงมีหน้าร้านหลายสาขาให้ท่านเลือกใช้บริการ ทางเรา BKK Diamond มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการท่านตลอด 24 ช.ม. เพื่อให้ท่านได้ราคาที่ดีและตรงกับความต้องการของตลาดที่สุด นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาแบรนด์และสินค้าอื่นๆ ให้ท่านเลือกมากมาย รวมถึงช่องทางติดต่อที่หลากหลายเพื่อให้ทุกท่านมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้บริการกับเรา

บทความที่น่าสนใจ

อัพเดทราคาทองประจำเดือนพฤษภาคม ปี 2565

ขายทองกับ BKK DIAMOND ต่างกับร้านทองทั่วไปยังไง?

มือใหม่เริ่มต้นออมทองอย่างไร ออมแบบไหนได้บ้าง

บทความที่คุณอาจสนใจ