ราคารับซื้อทอง นั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุก ๆ คนต้องทำการศึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจขายครับ โดยเฉพาะใครที่เริ่มต้นลงทุนทองคำ เพราะหลายคนอาจเคยเจอปัญหาว่าร้านทองบางแห่งรับซื้อทองคืนในราคาที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ บางครั้งต่างจากราคากลางที่สมาคมค้าทองคำประกาศเกือบพันบาท ทำให้เกิดคำถามว่าร้านทองบางร้านทำไมราคารับซื้อทองจึงต่ำกว่าที่ควร และควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อจะขายทอง มาดูคำตอบกันครับ
ราคารับซื้อทอง แต่ละที่ต่างกันไหม ทำไมถึงให้ราคาต่างจากที่ควรเกือบพัน?
สำหรับใครที่เริ่มต้นลงทุนทองคำแรกๆ ก็อาจสงสัยในเรื่องของราคาซื้อขายทองคำของร้านทองหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับทองคำว่าราคาขายทองของแต่ละร้านแตกต่างกันไหม ทำไมบางร้านถึงขายในราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ไม่ได้ตรงกับที่แจ้งไว้ในเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำแบบเป๊ะๆ แบบนี้เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ แล้วถ้าจะซื้อทองทั้งนี้ ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรดี Gold Max มีคำตอบครับ
ราคาขายทองของแต่ละร้าน ต่างกันไหม
แตกต่างกันครับ แม้ว่าราคาซื้อขายทองคำกลางจะเป็นไปตามประกาศของสมาคมค้าทองคำในทุกๆ วัน เพียงแต่ร้านทองแต่ละร้านอาจมีค่าใช้จ่ายที่ต้องบวกเพิ่มตามความเหมาะสม ได้แก่ ค่ากำเหน็จ, ค่าบริการ หรือกำไรของร้าน บางร้านอาจมีโปรโมชั่นหรือเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้าประจำ ทำให้ราคาขายสุทธิที่ลูกค้าต้องจ่ายจริงจึงแตกต่างกันประมาณหนึ่ง แต่โดยทั่วไปแล้วราคาทองประเภทเดียวกันหรือ
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาขายทองของแต่ละร้าน
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ราคาขายของทองแต่ละร้านแตกต่างกันมีดังต่อไปนี้…
1. ค่ากำเหน็จ
เป็นค่าใช้จ่ายที่ร้านทองเรียกเก็บเพิ่มเติมจากราคาทองรูปพรรณ ประกอบไปด้วยค่าหลอมทอง ค่าขึ้นรูป และค่าช่างฝีมือในการออกแบบลวดลาย โดยทั่วไปแล้วทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จสูงกว่าทองคำแท่ง เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนมากกว่า ยิ่งลวดลายมีความอ่อนช้อย มีรายละเอียดเยอะเท่าไหร่ ค่ากำเหน็จก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนอัตราค่ากำเหน็จจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งน้ำหนักของทอง ความซับซ้อนของลวดลาย และนโยบายการตั้งราคาของแต่ละร้าน ทั้งนี้ร้านทองชั้นนำอาจตั้งค่ากำเหน็จสูงกว่าร้านทั่วไป เนื่องจากทางร้านตีมูลค่าของร้านตัวเองรวมเข้าไปด้วยครับ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: ค่ากําเหน็จคืออะไร แตกต่างจากค่าบล็อคยังไง เชิญอ่านกันได้เลย
2. ค่าบริการเพิ่มเติม
เป็นค่าใช้จ่ายที่อาจบวกเข้ามาในกรณีที่ซื้อทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มีตั้งแต่ค่าจัดส่งตามระยะทางหรือรูปแบบการจัดส่ง, ค่าบรรจุภัณฑ์ เช่น กล่องลัง กล่องทอง กล่องของขวัญ หรือถุงทองคุณภาพดี, ค่าประกันระหว่างจัดส่ง เพื่อคุ้มครองกรณีที่ทองหายหรือได้รับความเสียหายระหว่างจัดส่ง ซึ่งค่าบริการเหล่านี้อาจมีผลต่อราคารวมที่ลูกค้าต้องจ่ายสูงขึ้น
3. กำไรของร้านค้า
เป็นส่วนต่างที่ร้านทองบวกเพิ่มจากราคาทองคำมาตรฐานเพื่อเป็นกำไรในการดำเนินธุรกิจ แต่ละร้านอาจมีอัตราการบวกกำไรแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับต้นทุนการบริหาร ช่องทางการขาย และกลยุทธ์ทางการตลาด โดยเฉพาะร้านทองขนาดใหญ่หรือร้านทองชั้นนำที่จะตั้งราคาขายสูงกว่าร้านทองทั่วไป เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ คุณภาพของสินค้า บริการหลังการขาย และประสบการณ์ซื้อขายที่ดีที่ลูกค้าจะได้รับ ทั้งนี้ราคาทองที่เห็นบนหน้าร้านเหล่านี้อาจสูงกว่าราคาทองกลางอยู่เล็กน้อยหรือพอสมควร ขึ้นกับนโยบายของแต่ละร้านครับ
4. ภาษีและค่าธรรมเนียม (กรณีพิเศษ)
เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกรณีที่ซื้อทองคำจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ แม้ว่าการซื้อขายทองภายในประเทศจะยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างเป็นทางการ แต่ในกรณีที่นำเข้าทองคำก็อาจต้องเสียภาษีนำเข้า, ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าธรรมเนียมศุลกากรตามประเภทสินค้าและมูลค่าที่ประเมินโดยกรมศุลกากร ส่งผลให้ต้นทุนรวมสูงกว่าการซื้อทองภายในประเทศ
5. ต้นทุนทองคำของร้าน
เนื่องจากร้านทองแต่ละแห่งจะซื้อทองคำเข้าสต็อกในช่วงเวลาที่ราคาทองคำผันผวนแตกต่างกัน หากร้านใดซื้อตอนราคาสูง ต้นทุนก็จะสูงตาม ทำให้ร้านต้องตั้งราคาขายสูงขึ้นเพื่อป้องกันการขาดทุน ในทางกลับกัน หากร้านซื้อตอนราคาต่ำ ก็อาจมีความยืดหยุ่นในการตั้งราคาขายได้มากกว่า นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปริมาณทองที่ซื้อของแต่ละร้านด้วยนะครับ หากเป็นร้านใหญ่ที่มีกำลังสั่งซื้อสูง ก็อาจได้ค่าส่งที่ถูกกว่า จึงตั้งราคาขายได้ถูกกว่า นั่นหมายความว่าแม้จะอิงราคาทองกลางเดียวกัน แต่ราคาขายจริงๆ นั้นจะขึ้นอยู่กับต้นทุนทองของแต่ละร้านอยู่ดีครับ
6. โปรโมชั่น/ส่วนลด
ร้านทองบางร้านอาจจัดโปรพิเศษ ลดค่ากำเหน็จหรือมอบส่วนลดเฉพาะช่วงเทศกาลเพื่อกระตุ้นยอดขาย เช่น ตรุษจีน สงกรานต์ หรือวาเลนไทน์ หรืออาจมีโปรเฉพาะวัน เช่น โปรวันเกิด, ซื้อครบราคาที่กำหนดจะลดเพิ่มเป็นเปอร์เซนต์ หรือในกรณีที่เป็นลูกค้าประจำ/ผู้ที่ซื้อทองในปริมาณมากกว่าปกติ ก็อาจได้รับราคาพิเศษหรือดีลเฉพาะที่ไม่ประกาศทั่วไป ส่งผลให้ราคาสุทธิต่อหน่วยทองลดลงได้ด้วยเช่นกัน
สาเหตุที่ราคารับซื้อทองต่ำผิดปกติ (เกือบพันบาท)
หลายคนอาจเคยประสบปัญหาว่าร้านทองบางแห่งรับซื้อทองคืนในราคาที่ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก อาจต่างจากราคากลางของสมาคมค้าทองคำเกือบพันบาท สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดกรณีนี้มีดังต่อไปนี้ครับ…
1. ร้านตั้งนโยบายหักค่ากำเหน็จสูงเกินมาตรฐาน
บางร้านทองอาจหักค่ากำเหน็จในอัตราที่สูงกว่าปกติ เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนการผลิตและกำไรของร้าน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาที่ลูกค้าได้รับตอนขายทองคืนต่ำกว่าที่ควรเป็น โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่มีลวดลายซับซ้อน
2. สภาพทองเสียหายหรือไม่ตรงตามมาตรฐาน
ทองที่มีรอยบุบ ขีดข่วนมาก หรือผ่านการซ่อมแซม อาจถูกตีราคาลดลง เพราะร้านทองต้องประเมินว่าหากนำไปขายต่อจะต้องเสียค่าแต่งเติมหรือหลอมใหม่ ทำให้ราคารับซื้อที่ร้านเสนอมาอาจต่ำกว่าที่คาด
3. ทองเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า 96.5%
ทองรูปพรรณบางชิ้นอาจมีเปอร์เซ็นต์ทองต่ำกว่ามาตรฐาน 96.5% ซึ่งร้านทองจะลดราคาตามปริมาณทองจริงที่มีอยู่ ส่งผลให้ราคารับซื้อรวมต่ำกว่าราคากลางอย่างเห็นได้ชัด
4. ร้านทองไม่โปร่งใส หรือใช้ราคากลางเก่า
บางร้านไม่ได้อัปเดตราคากลางตามสมาคมค้าทองคำล่าสุด หรือไม่แสดงราคารับซื้อทองอย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าอาจได้รับราคาต่ำกว่าที่ควรเป็น โดยเฉพาะร้านที่ไม่เปิดเผยค่าใช้จ่ายหรือค่าหักอื่น ๆ
จากข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมา ผู้ลงทุนทองทุกคนสามารถเห็นได้แล้วว่าควรระวังร้านที่มีแนวโน้ม “เล่นแง่” เช่น ไม่แจ้งราคากลางอย่างชัดเจน ไม่แยกราคาทองและค่ากำเหน็จ หรือเสนอราคาต่ำโดยไม่ให้เหตุผลชัดเจน การเลือกขายทองกับร้านทองที่มีชื่อเสียง มีหน้าร้านจริง และรีวิวดี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการขายทองในราคาที่ต่ำเกินไปและป้องกันความเสียหายทางการเงินของเราด้วยครับ
เช็กราคาทองก่อนขายได้จากที่ไหนบ้าง
การเช็กราคาทองคำสามารถทำได้หลายช่องทาง ทั้งนหน้าร้านทองชั้นนำที่เขียน/แปะป้ายระบุราคาขายและราคาซื้อคืน, ผ่านแอปพลิเคชันเช็กทองยอดนิยม เช่น Gold Max, Hua Seng Heng, MTS Gold ที่แสดงราคาทองคำอัปเดตแบบเรียลไทม์ตลอดวันและสามารถตั้งแจ้งเตือนได้ด้วยตัวเอง รวมไปถึงการตรวจสอบราคากลางจากเว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลมาตรฐานที่อัปเดตราคาอย่างเป็นทางการวันละหลายครั้ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนเปรียบเทียบราคาเพื่อวางแผนการซื้อขายทองคำได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: 3 วิธีเช็กราคาทองได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
สุดท้ายนี้หากคุณต้องการลงทุนทองคำจริงๆ เราขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลของร้านทองหรือแอปพลิเคชันทองที่คุณสนใจด้วยว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน มีรีวิวไปในทิศทางที่น่าพอใจหรือไม่ มีหน้าร้านหรือมีตัวตนจริงไหม เพราะถ้าคุณเลือกโดยไม่ศึกษาข้อมูลให้ดี ก็อาจเสี่ยงต่อการดีลกับร้านหรือแอปปลอมที่อาจนำมาสู่การสูญเสียทั้งเงินทั้งความรู้สึกไปด้วยครับ
บทความที่น่าสนใจ
- ทองคำสำรองสำคัญอย่างไร แล้วประเทศไทยมีทองสำรองมากแค่ไหน
- เหมืองทองมีผลต่อราคาทองปัจจุบันไหม ลงทุนจากช่องทางไหนบ้าง
- ค่าธรรมเนียมออมทองมีอะไรบ้าง เลือกอย่างไรให้จ่ายน้อยที่สุด
ซื้อขายทองที่ไหนดี ทำไมต้อง Gold Max
Goldmax เป็นบริษัทชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจ ซื้อ ขาย สกัดทองคำแท้มามากกว่า 30 ปี เราจึงมีทั้งประสบการณ์ ทักษะและความเชี่ยวชาญด้านการสกัดทองคำด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่ได้รับการรับรองและมีมาตรฐานระดับโลก เรามีบริการรับซื้อเครื่องเพชร แหวนพลอย งานโบราณ และทอง K ทุกชนิด ทั้งมีใบเซอร์และไม่มีใบเซอร์ เรารับซื้อจิวเวลรี่และนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำโดยพร้อมให้วงเงินแก่คุณได้ไม่จำกัด คุยง่าย จบไว จ่ายเงินสดทันที เลือกรับเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารก็ได้ตามที่คุณสะดวก นอกจากนี้เรายังมีบริการขายฝากทองด้วยขั้นตอนที่สะดวก รวดเร็ว สามารถทำธุรกรรมผ่านมือถือได้ตลอด 24 ชม. แถมยังรับสิทธิ์ได้ทรัพย์คืน วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ รับเงินทันที หรือหากคุณกำลังมองหาสินค้าแบรนด์เนมอยู่ ทางเราก็มีบริการช้อปออนไลน์ จำหน่ายสินค้าหลุดจำนำ รับประกันของแท้ทุกชิ้นผ่าน APPLICATION GOLD MAX ได้ทั้ง apple และ android
หรือหากคุณไม่สะดวกเดินทางมาหน้าร้านด้วยตัวเองหรือยังกังวลเกี่ยวกับสภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณสามารถส่งสินค้าทางไปรษณีย์ หรือแมสเซนเจอร์เพื่อให้เราประเมินราคาได้ หลังจากทางร้านได้รับสินค้าและตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เราจะโทรแจ้งราคาประเมินให้คุณทราบทันที และเมื่อตกลงราคาได้แล้วทางร้านจะโอนเงินให้คุณโดยเร็วที่สุด หรือกรณีลูกค้ายังไม่พอใจในราคาที่เราเสนอไป ทางร้านจะดำเนินการจัดส่งกลับให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด





